เทคนิคของพี่ปั้น ไม่ได้เรียนศิลป์ฝรั่งเศส+มีเวลาเตรียมตัว 1 ปี แต่สอบได้คะแนน PAT 7.1 ถึง 273 คะแนน

อัพเดตล่าสุด: 25 May 2018, 16:04

< Back

          สวัสดีครับบ ชื่อปั้นนะครับ จบจากโรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) สายการเรียนวิทย์-คณิต แต่ตอนนี้ไม่ชอบทั้งวิทย์ทั้งคณิตเลยครับ555555 เคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของโครงการ AFS รุ่นที่ 54 ที่ประเทศเปรูช่วงปี 2015-2016 ด้วยครับ ไปตอนจบ ม.4 (ก็คือเพื่อนๆอยู่ ม.5 แต่ผมไปแลกเปลี่ยน) แล้วกลับมาก็ซ้ำชั้น ม.5 อีกที เริ่มเรียนฝรั่งเศสกับพี่เก้าตอนปิดเทอมขึ้น ม.6 ครับ รวมๆ แล้วเรียนฝรั่งเศสมาประมาณ 1 ปีพอดีครับ พอดีรู้ตัวช้าไปนิดด [ig:punntyn]

 

ทำไมถึงเลือกสอบแพทฝรั่งเศส

         ก็อย่างที่แนะนำตัวไปนะครับ ว่าเคยไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศเปรูซึ่งเป็นประเทศที่ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ แล้วผมก็ได้ภาษาสเปนมาบ้าง เลยเลือกสอบภาษาฝรั่งเศสที่เป็นภาษาที่มีต้นกำเนิดมาจากภาษาละตินเหมือนกันกับภาษาสเปน คำบางคำก็มีรากศัพท์ที่มาคล้ายๆ กัน ก็เลยคิดว่าน่าจะพอเดาคำออกได้บ้างมั้งง สรุปง่ายๆ เลยก็คือภาษาฝรั่งเศสคล้ายกับภาษาสเปนที่สุดใน 7 ภาษาที่มีให้เลือกสอบครับบ

ยากไหมถ้าไม่ได้มีพื้นฐานมา และยากอย่างไร

          ส่วนตัวคิดว่าไม่ยากเกินไปที่จะเรียนนะครับ เริ่มเรียนไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆครับ ถ้าส่วนที่คิดว่ายากก็น่าจะยากตรงการผันกริยาครับ มาแรกๆ ก็มึนๆ งงๆ เหมือนกัน แล้วก็พวกเรื่อง Temps ก็ด้วยครับ เรียนครั้งแรกใช้ไม่เป็นเลยครับ งงมากก แต่พอได้ทบทวนอีกรอบก็เข้าใจมากขึ้นครับ ไม่ยากเกินไปๆๆ พอได้ก็สบายเลยย

พี่ปั้นมีวิธีเตรียมตัวในแต่ละพาร์ทอย่างไรบ้าง พาร์ทคำศัพท์ พาร์ทแกรมมาร์ พาร์ทไวยากรณ์สำนวน วัฒนธรรม การอ่าน การเขียนและบทสนทนา

ขอเกริ่นหน่อยแล้วกันครับ คือว่าตัวผมเองไม่ได้เป็นคนขยันเลยยย ออกแนวขี้เกียจๆ ด้วยมั้ง พ่อแม่ชอบบ่นน เอาจริงๆ ก็คิดว่าตัวเองน่าจะติดเกมอยู่นะ เลิกเล่นเกมจริงๆ น่าจะตอนหลังปีใหม่ได้(สอบ 27 ก.พ.) แบบลบเกมทิ้งเลย หยุดเล่นเลย แต่ดูยูทูปแทน ผ่าม! ล้อเล่นครับ คือผมจะทวนแบบชิวๆ แบบว่าถ้าเราไปเรียนหรือทวนมาหนักๆ ก็พักหน่อยด้วยการเล่นเกมหรืออะไรก็ว่าไป แบ่งเวลาเอามั้งครับ ทวนได้ถึงจุดนึงก็ให้ตัวเองพักประมาณนี้ครับ    แต่อาจจะพักบ่อยไปหน่อยย55555                                                   

เอาเป็นว่าก็ไม่ควรทำตามเนอะ ทำตามแต่อันที่ดีๆ นะครับ ที่จะบอกคือว่าในห้องเรียนเวลาเรียนกับพี่เก้า ผมก็จะตั้งใจเรียนในระดับนึงเลยทีเดียว พยายามเก็บทุกรายละเอียด จดให้ทัน อันไหนความรู้ใหม่ก็จดลงไป แต่อันที่รู้อยู่แล้วแต่แบบบางทีมีลืมบ้างก็จดซ้ำๆ ลงไปนะ เรื่องจดนี่ผมไม่ได้มาจดแบ่งเป็นหมวดหมู่ แยกเป็นเรื่องๆ หรือลงเล่มสมุดของตัวเองเหมือนบางคนทำนะ ก็จดลงหนังสือคอร์สไปเลย เรียนเล่มไหนอยู่ก็จดลงตรงนั้นแหละครับ ถ้านึกสงสัยตรงไหนก็เปิดหาเอาเองครับ ก็แล้วแต่คนนะครับ ส่วนตัวโอเคกับแบบนี้นะ ไม่ค่อยชอบมานั่งจดใหม่แบ่งหมวดหมู่เท่าไร บอกตรงๆ ขี้เกียจครับ แฮะๆ แล้วก็ปกติไม่ได้นั่งกับเพื่อนอยู่แล้ว เรื่องคุยเวลาเรียนก็ไม่มี อยู่สายวิทย์นี่เนอะ ใครจะมาเรียน แต่ก็มีเพื่อนสมัยม.ต้นคนนึง นั่งด้วยกันบ้างแยกนั่งบ้าง ก็พยายามไม่คุยกันเวลาเรียนนะครับ ถ้าหลุดทีนึงแล้วมันจะงงเลยจริงๆ นะ ต้องไปถามพี่เก้าหลังไมค์  ส่วนเทคนิคเวลาเรียนก็คือแนะนำให้จดเป็นสีๆ ครับ มันช่วยได้จริงนะ หลายคนคงรู้และทำอยู่แล้ว แต่ว่าเห็นเพื่อนบางคนก็จดแบบดินสอ หรือปากกาสีเดียวอะไรงี้ ก็เลยบอกไว้หน่อยแล้วกันครับ

แล้วก็เวลาอ่านทบทวนเอง ผมจะชอบเปิดเพลงฟัง เป็นเพลงพวกเปียโน หรือพวกเสียงธรรมชาติ เสียงน้ำไหล ฝนตก นกร้อง อะไรพวกนี้ ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ ก็คือพยายามสร้างบรรยากาศครับ ให้ตัวเองผ่อนคลาย ให้สมองมันโล่งๆ หน่อย ประมาณนี้ครับ ถ้าใครสนใจ มีช่องในยูทูปที่แนะนำคือ Soothing Relaxation ผมจะเปิดเพลงจากช่องนี้ตลอดเลยช่วงที่อ่านใกล้สอบ มีเป็นร้อยเพลงเลย เลือกเอาตามใจชอบ ความยาวเป็นชั่วโมง เปิดไปยาวๆ อ่านได้เรื่อยๆ เลยครับ และหลังจากทบทวนเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปแล้วก็พยายามนำไปใช้ให้ได้อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ครับ(แทรกนิดนึงครับ อันนี้มาจากหนังสือ “เทคนิคอ่านให้ไม่ลืมที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ” เขียนโดยคุณคะบะซะวะ ชิอง ของสำนักพิมพ์ WeLearn อันนี้เป็นหนังสือที่เคยอ่านตอนก่อนจะเริ่มทวนหนังสือจริงจังครับ เจอในเฟซบุ๊กเลยสนใจหามาอ่าน แนะนำเหมือนกันครับ ดีมากเลย มีเทคนิคหลายๆ อย่าง ได้ประโยชน์ด้านอื่นด้วยไม่ใช่แค่เรื่องอ่าน) อย่างทำข้อสอบไรงี้ครับ ก็คือทำให้เจอมันบ่อยๆ นั่นเองครับ สมองจะถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่จะต้องจำไว้ จะทำให้เราจำได้ดีนั่นเอง วิชาการหน่อยๆ55555 แล้วก็เวลาช่วงสั้นๆ เช่นตอนเราเดินทางไปไหนมาไหน คิดว่าหลายคนคงเล่นโทรศัพท์แน่นอน ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ให้เอามาทบทวนครับ ท่องศัพท์อะไรก็ว่าไป หนังสือบอกว่า “เราจะจำเนื้อหาได้ดีที่สุดในช่วง 5 นาทีแรกกับ 5 นาทีสุดท้ายของการอ่าน อ่านครั้งละ 15 นาที 4 ครั้งดีกว่าอ่านรวดเดียว 60 นาที” คือมีเทคนิคอะไรอีกเยอะแยะมาก ถ้าพูดในนี้คงอีกยาวว ใครสนใจก็แนะนำให้หามาอ่านดูครับ อีกอย่างที่แนะนำคือเปลี่ยนภาษาในโทรศัพท์ครับ ช่วยได้จริงๆ นะ คำบางคำเราเจอในโทรศัพท์บ่อยๆ มันก็จะเป็นคำง่ายของเราไปเลยครับ

อันนี้จะเป็นการเตรียมตัวในแต่ละพาร์ทของผมนะครับ

พาร์ทคำศัพท์ อันนี้น่าจะสำคัญที่สุดเลยนะครับ พยายามท่องศัพท์ให้ได้เยอะๆ เพราะว่าถ้าเราเข้าใจความหมายของคำ เราก็อ่านรู้เรื่อง เข้าใจ ทำพาร์ทอื่นๆ ได้เหมือนกันครับ ไม่ใช่แค่พาร์ทนี้ อ่านท่องไปเรื่อย พอเจอคำที่เราอ่านมาในข้อสอบ เราก็จะนึกได้แล้วก็จะจำได้ครับ

พาร์ทแกรมมาร์ อันนี้พอเข้าใจหรือจำรูปแบบมันได้ ก็ไม่น่ามีปัญหานะครับ ให้ทำความเข้าใจให้ได้ก่อนเลยครับ แล้วฝึกทำข้อสอบเยอะๆ จะเป็นพาร์ทง่ายเลยเหมือนกันครับ ถ้าเรียนกับพี่เก้า พี่เก้าก็จะมีสูตรท่องอะไรงี้ครับ อาจจะฟังพี่เก้าพูดแล้วคิดว่ามันตลก555555 แต่มันช่วยได้จริงครับ จำได้เลย ท่องๆ ไปเถอะครับบ

พาร์ทสำนวนและวัฒนธรรม ผมเองก็ไม่ได้ขยันอ่านจริงจังกับพาร์ทนี้เท่าไร ก็อ่านไปเรื่อยครับ อ่านเท่าที่ได้ เพราะว่าเขาสามารถเอามาออกได้ทุกอย่างเลย เดายากครับว่าจะออกแบบไหน ก็เลยปล่อยๆ ครับ แล้วแต่ดวง เอาเวลาไปฝึกพาร์ทอื่นดีกว่าครับ

พาร์ทการอ่าน พาร์ทนี้ผมไม่ได้เตรียมอะไรพิเศษครับ ก็คงเหมือนพาร์ทคำศัพท์ น่าจะต้องรู้เรื่องศัพท์และฝึกอ่านให้เข้าใจครับ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าเขาจะสื่ออะไร

พาร์ทการเขียน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะวัดเรื่องคำเชื่อมนะครับ ก็ต้องรู้ว่าคำเชื่อมแต่ละตัวแปลว่าอะไรและใช้อย่างไรครับ แล้วก็ฝึกทำข้อสอบเหมือนเดิมครับ จะจำได้ง่ายขึ้นถ้าเราเจอโจทย์

พาร์ทบทสนทนา พาร์ทนี้ผมได้จากการฝึกทำข้อสอบครับ พอเจอบ่อยๆเข้าก็จะรู้ครับว่าถ้าเขาถามคำถามนี้อีกคนเขาจะตอบอย่างไรกัน

อยากเข้าคณะอะไร จบไปอยากเป็นอะไร

          คณะที่ผมอยากเข้าคืออักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะว่าได้ไปแลกเปลี่ยนมา พอกลับมาเรียนที่ไทย ก็รู้สึกว่าเวลาเรียนภาษาอังกฤษ หรือพวกสังคม ตัวผมจะตั้งใจเรียนกว่าวิชาวิทย์หรือคณิตครับ มันไม่รู้สึกต่อต้านอ่ะครับ เบื่อแล้วพอแล้วว ไม่เอาแล้วครับวิทย์คณิต5555 ส่วนจบไปอยากเป็นอะไร ผมยังไม่มีความคิดที่ชัดเจนครับ อยากเรียนในสิ่งที่เราอยากเรียนก่อน คิดว่าใน 4 ปีในชีวิตมหาลัย พอเราได้เรียนรู้หรือเจออะไรต่างๆ เรื่องอาชีพน่าจะเข้ามาในหัวเราเองครับ มั้งนะ555555

มีอะไรฝากบอกน้องๆ ที่ไม่มีพื้นฐานแต่จะสอบแพทฝรั่งเศสไหม

          ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็ขอบคุณมากนะครับ อยากบอกว่ามันไม่ยากเกินไปครับผม เชื่อว่าทุกคนทำได้แน่นอน อยากให้ตั้งใจเรียนในห้องนะครับ ทำความเข้าใจให้ได้ แล้วก็จะทำได้เรื่อยๆ เองครับ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ให้ถามเลยครับ ถ้าเขินอายหน่อยก็ถามตอนพักก็ได้ พี่เก้าใจดีอยู่แล้วครับ อยากให้ทุกคนพยายามครับ สู้ๆ ทำให้ดีที่สุดครับ เพื่อคณะและมหาวิทยาลัยที่เราอยากเข้าไปใช้ชีวิตอยู่อีก 4 ปีต่อจากนี้ครับผม เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับบบ